กลุ่มอาชีพที่มีผลต่อการมีบุตรยาก

 

กลุ่มอาชีพที่มีผลต่อการมีบุตรยาก! มีบุตรยาก

นั่นก็คืออาชีพที่มีการใช้ชีวิตไม่เป็นปกติแบบคนทั่วไป เช่น การทำงานเป็นกะ ทำงานช่วงดึก นอนอีกทีตอนเช้า กินไม่เป็นเวลา พักผ่อนไม่เพียงพอ เผชิญกับอากาศที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ทำให้ฮอร์โมนบางตัวที่หลั่งได้ดีในช่วงกลางคืนทำงานได้ไม่ดี

ตัวอย่างของอาชีพเหล่านี้ก็ได้แก่ หมอ พยาบาล พนักงานรักษาความปลอดภัย พนักงานบริการ (Call Center) แอร์โฮสเตส นักบิน เป็นต้น

ในความจริงแล้วส่วนใหญ่นั้นจะไม่ได้เกี่ยวกับตัวเนื้องาน แต่จะเป็นการทำงาน และการพักผ่อนของบุคคลนั้นๆ ที่ไม่ตรงตามวงจรหลับตื่นตามที่ร่างกายควรจะเป็นเท่านั้นเอง

แต่ก็จะมีกลุ่มอาชีพที่เสี่ยงต่อภาวะนี้โดยตรงเลยนั่นก็คือ อาชีพที่ทำงานในโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งอาชีพเหล่านี้จะได้รับสารเคมีบางชนิด เช่น สารปรอท ฝุ่นควันในปริมาณมาก ส่งผลให้เซลล์ไข่ หรือตัวอสุจิไม่ได้คุณภาพนั่นเองค่ะ

สำหรับใครที่มีปัญหาหรือสนใจสอบถามเกี่ยวกับภาวะมีบุตรยาก Prime Fertility Center ยินดีให้บริการค่ะ

Reference: Prime Fertility Center Co., Ltd.

สนใจบริการทำเด็กหลอดแก้ว : www.primefertilitycenter.com/package-promotion/icsi-fulfill-family-package-2/

ICSI การทำอิ๊กซี่ การทำอิ๊กซี่ หรือ Intracytoplasmic sperminjection (ICSI) เป็นการปฏิสนธินอกร่างกายที่ใช้เทคโนโลยีเข้าช่วยในห้องปฏิบัติการ ซึ่งขั้นตอนคล้ายกับการทำเด็กหลอดแก้วหรือ IVF แต่การทำอิ๊กซี่จะมีความแตกต่างคือ อิ๊กซี่เป็นการนำเอาอสุจิที่ผ่านการคัดเลือกที่ดีที่สุดหนึ่งตัวผสมต่อไข่ที่อยู่ในระยะที่เหมาะสมในการปฏิสนธิหนึ่งใบ โดยการใส่อสุจิเข้าไปในเนื้อไข่โดยตรง กระบวนการนี้จะต้องมีการกระตุ้นไข่ด้วยยาฮอร์โมนเพื่อให้ได้ไข่จำนวนหลายใบ และยังให้ผลการปฏิสนธิเป็นที่น่าพึงพอใจ ช่วยลดปัญหาการปฏิสนธิหรือการปฏิสนธิแบบผิดปกติอันเนื่องมาจากไข่และอสุจิ เช่น การเกิดการผสมด้วยอสุจิหลายตัว, อสุจิไม่สามารถเจาะผ่านเปลือกไข่เพื่อเข้ามาปฏิสนธิได้ เป็นต้น หลังจากนั้นตัวอ่อนจะถูกนำไปเพาะเลี้ยงในภาวะที่เหมาะสมในห้องปฏิบัติการตัวอ่อน แล้วจึงนำตัวอ่อนฉีดกลับเข้าสู่โพรงมดลูกเพื่อให้ตัวอ่อนฝังตัวที่มดลูกและเจริญเติบโตเป็นทารกต่อไป

คู่สมรสที่ควรรักษาภาวะมีบุตรยากด้วยวิธีการทำ ICSI
1. ฝ่ายหญิงมีอายุค่อนข้างมาก (มากกว่า 35 ปี)
2. ฝ่ายหญิงมีภาวะท่อนำไข่ตีบตันทั้งสองข้าง
3. ฝ่ายหญิงมีภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ค่อนข้างรุนแรง
4. ฝ่ายหญิงมีการทำงานของฮอร์โมนรังไข่ผิดปกติ เช่น ภาวะไข่ไม่ตกเรื้อรัง หรือโรคถุงน้ำรังไข่ (PCOS)
5. ฝ่ายชายมีอสุจิผิดปกติรุนแรง ทั้งทางด้านรูปร่าง ความสามารถในการเคลื่อนที่ รวมถึงจำนวนของอสุจิด้วย
6. ฝ่ายชายที่เป็นหมันหรือทำหมัน แต่ยังคงมีการสร้างอสุจิและสามารถนำอสุจิออกมาได้จาก วิธีการผ่าตัด เช่น การทำ PESA, TESA, TESE เป็นต้น
7. คู่สามีภรรยาที่เคยไม่ประสบความสำเร็จในการปฏิสนธินอกร่างกายด้วยวิธี IVF
8. คู่สามีภรรยาที่ต้องการตรวจคัดกรองโรคทางพันธุกรรมด้วยของตัวอ่อน

FET การย้ายตัวอ่อนแช่แข็ง
การย้ายตัวอ่อนแช่แข็ง หรือ FET (FROZEN EMBRYO TRANSFER) คือการนำเอาตัวอ่อนที่ถูกแช่แข็งไว้มาผ่านกระบวนการละลาย (THAWING) และย้ายเข้าสู่โพรงมดลูก ซึ่งในกรณีนี้คนไข้สามารถเลือกช่วงเวลาที่ตนเองสะดวกได้ เช่น 1-2 เดือนหลังจากกระบวนการปฏิสนธิ การย้ายตัวอ่อนรอบแช่แข็งในสตรีที่มีอายุมากกว่า 35 ปีจะให้ผลดีกว่าการย้ายตัวอ่อนในรอบสด

เนื่องจากในกรณีที่ฝ่ายหญิงกระตุ้นไข่ได้หลายใบจะทำให้มีฮอร์โมนผลิตออกมาจากรังไข่ปริมาณมาก ซึ่งฮอร์โมนนี้จะส่งผลทำให้คุณภาพของเยื่อบุโพรงมดลูกด้อยลง และทำให้โอกาสการฝังตัวของตัวอ่อนลดลงแม้ตัวอ่อนจะมีคุณภาพดีก็ตาม ดังนั้นการใส่ตัวอ่อนตามหลังการเก็บไข่เลยอาจไม่เหมาะสมนักในกรณีนี้

นอกจากนั้นผลการศึกษาจากหลายสถาบันก็มีแนวโน้มว่าการใส่ตัวอ่อนในรอบแช่แข็งและละลายจะให้โอกาสการตั้งครรภ์ที่สูงกว่าใส่หลังเก็บไข่เลย ด้วยเรื่องของคุณภาพเยื่อบุโพรงมดลูกที่พร้อมมากกว่าดังนั้นการเลือกย้ายตัวอ่อนในรอบใดนั้นแพทย์จะพิจารณาให้เหมาะสมกับคู่สมรสเป็นราย ๆ ไป

ทำ ICSI ราคา มีบุตรยาก

Related Posts

24

ม.ค.
ข่าวสาร สาระน่ารู้

คุณผู้ชายควรระวัง บุหรี่ไฟฟ้าทำให้สเปิร์มด้อยคุณภาพได้!

  คุณผู้ชายควรระวัง! บุหรี่ไฟฟ้าทำให้สเปิร์มด้อยคุณภาพได้! มีบุตรยาก ก่อนอื่นเลยควรทร […]