ยาคุมใช้ต่อเนื่องทำให้มีลูกยากไหม?

ยาคุมกำเนิดที่ใช้กันอยู่มีหลายประเภท ขึ้นอยู่กับลักษณะและคุณสมบัติ เช่น ยาคุมแบบเม็ดรับประทาน ยาคุมแบบฉีด ยาคุมแบบฝัง ยาคุมแปะผิวหนัง

ยาคุมแบบเม็ด ซึ่งจะใช้รับประทานต่อเนื่องตามที่กำหนดเพื่อคุมกำเนิด ยาคุมแบบนี้หมดฤทธิ์เร็ว บางครั้งจึงจะเห็นว่าผู้หญิงหลายๆ คนที่ลืมกินยาหรือหยุดกินคุมก็อาจจะตั้งครรภ์ได้ สำหรับการกินยาคุมแบบเม็ดต่อเนื่องไม่น่าจะส่งผลให้เกิดภาวะมีลูกยากได้ เพราะเมื่อหยุดกินยาคุมก็จะมีประจำเดือนมาเอง ไข่ตกเองได้ภายใน 1-2 เดือน แต่อาจจะมีบ้างสำหรับผู้หญิงที่กินยาคุมต่อเนื่องเป็นเวลานาน เช่น กินติดต่อกัน 10 ปีที่อาจจะมีประจำเดือนน้อยลง เพราะร่างกายเคยชินและมีการปรับสภาพไปบ้าง แต่โดยทั่วไปเมื่อหยุดกินยาไข่ก็สามารถตกตามปกติ ดังนั้นการรับประทานยาคุมส่วนใหญ่แล้วก็ไม่น่าจะมีผลให้มีลูกยากขึ้น

ส่วนยาคุมฉุกเฉินจะคุมกำเนิดไม่ค่อยได้ผลมากนักเพราะใช้แบบฉุกเฉินเพียงแค่ 2 เม็ด แต่ความที่เป็นฮอร์โมนขนาดสูงจะส่งผลข้างเคียงที่ค่อนข้างรุนแรง ทำให้ประจำเดือนเลื่อน ประจำเดือนมากะปริดกะปรอย ไข่ตกผิดปกติหลังจากใช้ยาคุมฉุกเฉิน รวมถึงอาจเสี่ยงที่ทำให้เกิดท้องมดลูกซึ่งค่อนข้างอันตราย แต่ถ้าจะส่งผลถึงการมีลูกยากไหมก็คงตอบได้ว่าไม่มีผลนะครับ
สำหรับข้อแนะนำเมื่อจะหยุดใช้ยาคุมนั้น หลังหยุดยาคุมส่วนใหญ่ยาคุมจะหมดฤทธิ์เร็ว 1-2 เดือนก็จะกลับมาไข่ตก มีรอบเดือนก็มีโอกาสมีลูกแล้ว และผู้หญิงบางคนพอช่วงหยุดยาคุมใหม่ ๆ ไข่อาจจะตกมากกว่าปกติก็มีโอกาสเกิดแฝดเพิ่มขึ้นได้ แต่เปอร์เซ็นต์ก็ไม่ได้สูงมากนักนะครับ

ยาคุมแบบฉีด ยากลุ่มนี้อาจจะมีปัญหากว่าเพราะยาฉีดออกฤทธิ์ค้างนาน ปกติยาคุมแบบฉีดซึงมีแบบฉีดทุก 1 เดือนหรือฉีดทุก 3 เดือน แล้วยานี้จะมีฤทธิ์กดฮอร์โมนจากต่อมใต้สมองค่อนข้างสูง เพราะฉะนั้นถ้าฉีดมาสักระยะอย่าง 2-3 ปีขึ้นไป พอคู่สามีภรรยาอยากมีลูก แต่หยุดฉีดไปแล้วบางคนประจำเดือนก็ยังไม่มา ไข่ไม่ตก เลยยังไม่ท้องสักที บางคู่ฝ่ายหญิงต้องรอ 6-12 เดือนกว่าจะกลับมาไข่ตกมีประจำเดือนตามปกติเอง อันนี้ก็อาจเป็นผลของการใช้คุมแบบฉีดที่เกิดขึ้นได้
เพราะฉะนั้นสำหรับคู่ที่วางแผนจะมีลูกแล้วใช้วิธีฉีดยาคุมกำเนิดอยู่ อาจจะต้องมีการวางแผนล่วงหน้าสัก 1 ปีเพื่อวางแผนการคุมกำเนิด เพื่อคุณหมอผู้เชี่ยวชาญจะได้แนะนำให้เปลี่ยนวิธีการคุมกำเนิดหรือเปลี่ยนชนิดยาให้ครับ

สำหรับยาคุมกำเนิดแบบฝัง (ที่ใต้ท้องแขน) มีแบบฝัง 6 แท่ง อยู่ได้ 3 ปี(แบบเก่า) จะมีฤทธิ์คล้ายๆ ยาฉีด คือถ้าใช้ต่อเนื่องนาน ๆ อาจต้องใช้เวลา 6-12 เดือนกว่าจะกลับมาไข่ตกมีประจำเดือนตามปกติเองแล้วถึงจะตั้งครรภ์ได้ ส่วนยาฝังแบบใหม่ คือฝัง 1 แท่งอยู่ได้ 3 ปี ฮอร์โมนออกฤทธิ์เร็ว พอเอายาออกสัก 2-3 เดือนก็มีโอกาสท้องแล้ว เพราะกลับมาเป็นปกติไข่ตกเองได้ในระยะเวลาไม่นาน

เพราะฉะนั้นก่อนเลิกใช้ยาคุมกำเนิดคงต้องมาคุยกับคุณหมอในการวางแผนครอบครัว และช่วงเวลาที่อยากมีลูก เพื่อที่จะได้รับคำแนะนำในการเลือกใช้วิธีการคุมกำเนิดที่เหมาะสมนั่นเองครับ

นพ.พูนเกียรติ ปัญญามิตร
สูติ-นรีแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านมีบุตรยาก
ไพร์ม เฟอร์ทิลิตี้ เซ็นเตอร์

Your Comment:

Related Posts

โปรเจสเตอโรน

07

ธ.ค.
ข่าวสาร สาระน่ารู้

โปรเจสเตอโรน ฮอร์โมนอีกตัวที่สำคัญของคุณแม่

นอกจากเอสโตรเจนที่คุ้นหูกันแล้ว ยังมีฮอร์โมนที่สำคัญสำหรับผู้หญิงอีกตัวหนึ่ง นั่นก็คือฮอร์ […]

07

ธ.ค.
ข่าวสาร สาระน่ารู้

5 คำถามคลายสงสัยเรื่องอิ๊กซี่

หลายคนอาจจะเคยได้ยินการพูดถึงการรักษาภาวะมีบุตรยากด้วยวิธี “อิ๊กซี่ ICSI” แล้ววิธีการนี้เป[…]