ข้อดีของการเลี้ยงตัวอ่อนถึงระยะบลาสต์โตซิสต์ (Blastocyst culture)

Lab ข้อดีของการเลี้ยงและย้ายตัวอ่อนระยะบลาสต์โตซิสต์ web

ข้อดีของการเลี้ยงตัวอ่อนถึงระยะบลาสต์โตซิสต์ (Blastocyst culture)

ตัวอ่อนระยะบลาสโตซิสต์ (Blastocyst) เป็นตัวอ่อนที่เกิดจากการปฏิสนธิของไข่และอสุจิ ซึ่งเลี้ยงให้เติบโตในห้องปฏิบัติการมาได้ 5-6 วัน จะมีจำนวนเซลล์ >100 เซลล์ ตัวอ่อนระยะบลาสโตซิสต์จะแบ่งเซลล์ออกเป็นสองชนิด คือ Inner cell mass ซึ่งเป็นส่วนที่จะเจริญไปเป็นทารก และ Trophectoderm cells ซึ่งเป็นส่วนที่จะเจริญไปเป็นรก จึงเรียกได้ว่าเป็นระยะพร้อมฝังตัว

การเลี้ยงตัวอ่อนภายนอกร่างกายจนถึงระยะบลาสโตซิสต์ นั้นต้องใช้ระยะเวลา 5 วัน และจะต้องใช้น้ำยาเลี้ยงตัวอ่อนตามความต้องการสารอาหารของตัวอ่อนแต่ละระยะ การใส่ตัวอ่อนกลับคืนสู่โพรงมดลูกในระยะ Cleavage (เพียง 4 – 8 cells) จะเลี้ยงตัวอ่อนไว้ภายนอกร่างกาย 2 – 3 วัน แต่ปัจจุบันได้มีการพัฒนาสภาวะแวดล้อมในการเลี้ยงตัวอ่อนไว้ภายนอกร่างกายได้นานขึ้น 5 – 6 วัน จนกระทั่งตัวอ่อนเจริญเติบโตไปถึงระยะบลาสโตซิสต์ ซึ่งเป็นตัวอ่อนที่มีการพัฒนาไปถึงขั้นสูงที่สุดก่อนที่จะฝังตัวเกิดเป็นเด็ก และเป็นระยะที่อยู่ในโพรงมดลูกตามธรรมชาติ เมื่อใส่ตัวอ่อนกลับคืนสู่โพรงมดลูก ตัวอ่อนจึงสามารถฝังตัวได้ทันที ตัวอ่อนที่แข็งแรงดีจะออกจากเปลือกเมื่อสิ้นสุดวันที่ 6 และภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากที่เจาะออกจากเปลือกแล้วก็จะเริ่มฝังตัวลงไปบนเยื่อบุโพรงมดลูกของแม่ จึงทำให้อัตราการตั้งครรภ์ของการใส่ตัวอ่อนระยะนี้สูงกว่าการใส่ตัวอ่อนในระยะอื่นๆ

ข้อดีของการเลี้ยงและย้ายตัวอ่อนระยะบลาสต์โตซิสต์

1. อัตราการตั้งครรภ์สูงขึ้น เนื่องจากเป็นการคัดเลือกตามธรรมชาติ ตัวอ่อนที่คุณภาพไม่ดีจะเจริญไม่ถึงระยะ บลาสโตซิสต์ คงเหลือแต่ตัวอ่อนที่เจริญเติบโตได้ดีได้ระยะ 5-6 วันตามเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งมีโอกาสสูงที่จะมีโครโมโซมปกติและมีโอกาสฝังตัวได้สำเร็จ

2. ลดอัตราการตั้งครรภ์แฝด เนื่องจากสามารถเลือกตัวอ่อนที่มีคุณภาพดี และมีการเจริญเติบโตที่ดีที่สุดใส่กลับคืนสู่โพรงมดลูกเพียงตัวเดียวได้

3. Blastocyst เป็นระยะของตัวอ่อนที่สอดคล้องกับระยะของเยื่อบุโพรงมดลูก เพราะในธรรมชาติตัวอ่อนเมื่อเดินทางผ่านท่อนำไข่เข้ามาถึงโพรงมดลูกจะเป็นตัวอ่อนระยะ early blastocyst ตัวอ่อนระยะ บลาสโตซิสต์จึงมีอัตราการฝังตัวสูง

4. ในช่วงวันที่ 5 หลังการเก็บไข่ การหดรัดตัวของมดลูกมีน้อยลง ทำให้โอกาสที่ตัวอ่อนจะถูกขับออกมาลดลงด้วย

5. การตรวจวินิจฉัยทางพันธุกรรมของตัวอ่อนในระยะบลาสต์โตซิสต์จะให้ผลถูกต้องแม่นยำมากกว่าการตรวจวินิจฉัยทางพันธุกรรมของตัวอ่อนระยะ cleavage

สำหรับข้อเสียของการเลี้ยงตัวอ่อนระยะบลาสโตซิสต์อาจจะมีได้ หากมีไข่จำนวนไม่มาก แล้วได้ตัวอ่อนน้อย การเลี้ยงตัวอ่อนนานไปจนถึงวันที่ 5-6 อาจไม่มีตัวอ่อนเหลือให้ย้ายกลับสู่โพรงมดลูก เนื่องจากตัวอ่อนตายหมดหรือมีคุณภาพไม่ดี
.
จิตรลดา อุดมผล
Embryologist

Prime Fertility Center ไม่ได้เพียงแค่ให้การรักษาภาวะมีบุตรยาก มีบุตรยาก มีลูกยากเพียงเท่านั้น สิ่งที่ Prime Fertility Center มุ่งหวัง และมีการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง คือการให้บริการลูกค้าด้วยความใส่ใจ พร้อมให้คำปรึกษา ดูแล และใส่ใจทุกความรู้สึกของคุณ เหมือนกับเป็นคนในครอบครัว เพราะเราเข้าใจถึงความรู้สึก ความกดดัน ความเครียดของผู้เข้ารับบริการที่ไม่สามารถมีบุตรได้สำเร็จเป็นอย่างดี ทางคลินิกจึงมีความตั้งใจที่จะมอบความอบอุ่น และอำนวยความสะดวกแก่ผู้เข้ารับบริการอย่างเต็มรูปแบบ ด้วยความมุ่งมั่นและความใส่ใจจากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ นักเพาะเลี้ยงตัวอ่อน และทีมงานมากประสบการณ์ในการดูแลและให้คำปรึกษาแบบครบวงจร

สนใจเข้ารับการปรึกษาภาวะมีบุตรยาก
ติดต่อ Prime Fertility Center
โทร : 062-648-6688 / 062-648-8866 / 02-029-1418–9
Line : http://line.me/ti/p/~@primefertility
Facebook : https://www.facebook.com/primefertilitycenter
E-mail : [email protected]

tel icon fb iconline iconig iconmail iconyt icon