อนาคตของการอุ้มบุญและการบริจาคไข่
การมีบุตรนั้นเป็นความฝันของหลาย ๆ ครอบครัว แต่บางคู่ประสบปัญหาภาวะมีบุตรยาก ไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ตามธรรมชาติ โดยทางเลือกหนึ่งที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบันคือ “การอุ้มบุญและการบริจาคไข่หรือสเปิร์ม” ซึ่งเป็นเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ที่ช่วยให้คู่สมรสสามารถมีบุตรที่มีความเกี่ยวข้องทางพันธุกรรมได้ ในประเทศไทย การอุ้มบุญและการบริจาคเซลล์สืบพันธุ์มีกฎหมายควบคุมที่ชัดเจน เพื่อป้องกันปัญหาทางจริยธรรมและกฎหมายที่อาจเกิดขึ้น
โดยคุณสมบัติของผู้บริจาคไข่ จะต้องอายุระหว่าง 20 – 35 ปี มีสุขภาพแข็งแรง ไม่มีโรคติดต่อทางพันธุกรรม และต้องไม่เคยมีภาวะมีบุตรยาก
แม้ว่ากฎหมายไทยยังมีข้อจำกัดเกี่ยวกับการอุ้มบุญและการบริจาคไข่ แต่มีแนวโน้มว่ากฎหมายอาจได้รับการปรับปรุงให้เหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและเทคโนโลยีการเจริญพันธุ์ องค์กรด้านภาวะมีบุตรยากกำลังผลักดันให้มีการแก้ไขกฎหมายเพื่อรองรับทางเลือกที่มากขึ้นสำหรับครอบครัวที่ต้องการมีบุตรผ่านกระบวนการเหล่านี้ เช่น กลุ่ม LGBTQIA+ ในอนาคตอีกด้วยค่ะ
—
Prime Fertility Clinic ไม่ได้เพียงแค่ให้การรักษาภาวะมีบุตรยาก มีบุตรยาก มีลูกยากเพียงเท่านั้น สิ่งที่ Prime Fertility Clinic มุ่งหวัง และมีการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง คือการให้บริการลูกค้าด้วยความใส่ใจ พร้อมให้คำปรึกษา ดูแล และใส่ใจทุกความรู้สึกของคุณ เหมือนกับเป็นคนในครอบครัว เพราะเราเข้าใจถึงความรู้สึก ความกดดัน ความเครียดของผู้เข้ารับบริการที่ไม่สามารถมีบุตรได้สำเร็จเป็นอย่างดี ทางคลินิกจึงมีความตั้งใจที่จะมอบความอบอุ่น และอำนวยความสะดวกแก่ผู้เข้ารับบริการอย่างเต็มรูปแบบ ด้วยความมุ่งมั่นและความใส่ใจจากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ นักเพาะเลี้ยงตัวอ่อน และทีมงานมากประสบการณ์ในการดูแลและให้คำปรึกษาแบบครบวงจร
สนใจเข้ารับการปรึกษาภาวะมีบุตรยาก
ติดต่อ Prime Fertility Clinic
โทร : 062-648-6688 / 062-648-8866 / 02-029-1418–9
Line : http://line.me/ti/p/~@primefertility
Facebook : https://www.facebook.com/primefertilitycenter
E-mail : [email protected]

