เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ “ภาวะมีบุตรยาก” และเทคโนโลยีการรักษา
ภาวะมีบุตรยากไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป โดยเฉพาะในยุคที่คนรุ่นใหม่แต่งงานช้า งานหนัก เครียดง่าย และเผชิญกับไลฟ์สไตล์ที่ส่งผลต่อระบบสืบพันธุ์โดยตรง สถิติทั่วโลกชี้ว่า คู่รักกว่า 1 ใน 6 คู่ อาจเผชิญปัญหามีบุตรยากในช่วงหนึ่งของชีวิต ซึ่งเป็นเหตุผลให้ “เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์” กลายเป็นทางเลือกสำคัญในการสร้างครอบครัว
บทความนี้จะพาไปรู้จักสาเหตุ อาการ และวิธีรักษาที่ทันสมัยที่สุด ทั้ง การทำ IUI, การทำ ICSI, และ การทำเด็กหลอดแก้ว (IVF) เพื่อให้เข้าใจภาพรวมชัดเจนขึ้น
ภาวะมีบุตรยาก (Infertility) คือ ภาวะที่คู่รักพยายามมีบุตรตามธรรมชาติอย่างสม่ำเสมอ ≥ 1 ปี แต่ยังไม่ตั้งครรภ์ หากอายุมากกว่า 35 ปี แนะนำให้พบแพทย์ภายใน 6 เดือน เพราะอายุมีผลต่อคุณภาพไข่และอสุจิอย่างมาก
สาเหตุหลักที่ทำให้มีบุตรยาก
1. ปัจจัยจากผู้หญิง มีคุณภาพไข่ลดลงตามอายุ ท่อนำไข่อุดตัน เยื่อบุโพรงมดลูกผิดปกติ เช่น Endometriosis ฮอร์โมนเพศไม่สมดุลถุงน้ำรังไข่ (PCOS)
2. ปัจจัยจากผู้ชาย มีอสุจิออกมาน้อย เคลื่อนไหวช้า หรือรูปร่างผิดปกติ เส้นเลือดขอดที่อัณฑะ ฮอร์โมนขาดสมดุล สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์หนัก หรือพักผ่อนน้อย
3. ปัจจัยร่วมและปัจจัยแฝง เช่น การมีความเครียดเรื้อรัง น้ำหนักเกินหรือน้อยเกินไป มีไลฟ์สไตล์ทำลายสุขภาพ โรคประจำตัว อย่างไทรอยด์ผิดปกติ เบาหวาน
สัญญาณที่ควรพบแพทย์
ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ ปวดท้องประจำเดือนรุนแรง เคยผ่าตัดอุ้งเชิงกราน พยายามมีลูกมาเกิน 6 – 12 เดือนไม่สำเร็จ มีประวัติแท้งซ้ำเกิน 2 ครั้ง หรือแม้แต่อสุจิต่ำหรือคุณภาพไม่ดี
เทคโนโลยียุคใหม่ทำให้โอกาสตั้งครรภ์เพิ่มขึ้นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น การทำ IUI, การทำ ICSI หรือ การทำเด็กหลอดแก้ว มาดูความแตกต่างกันแบบกระชับและเข้าใจง่าย
การทำ IUI (ผสมเทียม โดยฉีดเชื้อเข้ามดลูก) เหมาะกับ ผู้ที่อสุจิเคลื่อนไหวช้า มูกปากมดลูกผิดปกติ คู่รักที่ไม่มีสาเหตุชัดเจน (Unexplained infertility) ขั้นตอนคือคัดกรองอสุจิให้แข็งแรงที่สุด แล้วฉีดเข้าโพรงมดลูกโดยตรงในช่วงไข่ตก โอกาสสำเร็จเฉลี่ย 10–20% ต่อรอบ
การทำ ICSI (ฉีดอสุจิเข้าไข่โดยตรง) เหมาะกับ ผู้ที่มีคุณภาพอสุจิต่ำมาก จำนวนอสุจิน้อย ผู้ชายมีปัญหาด้านฮอร์โมน ผู้ที่เคยทำเด็กหลอดแก้วแบบปกติแล้วไม่ติด ICSI คือเทคนิคขั้นสูงที่ใช้เครื่องมือขนาดเล็ก “ฉีดอสุจิที่แข็งแรงที่สุดเข้าไปในไข่โดยตรง” เพิ่มอัตราการปฏิสนธิ และช่วยคู่ที่มีปัญหาหนักด้านฝ่ายชายได้ดีที่สุด
การทำเด็กหลอดแก้ว (IVF) เป็นการผสมไข่และอสุจิในห้องปฏิบัติการ แล้วคัดเลือกตัวอ่อนที่แข็งแรงที่สุด สามารถใช้ร่วมกับ การทำ ICSI เพื่อเพิ่มโอกาสสำเร็จ เหมาะกับผู้ที่อายุ 35 – 45 ปี มีท่อนำไข่ตัน มีภาวะ PCOS หรือ Endometriosis มีประวัติแท้งซ้ำ คุณภาพไข่ลดลง โดยโอกาสสำเร็จสูงกว่าวิธีอื่น โดยเฉพาะเมื่อคัดโครโมโซมตัวอ่อน (PGT)
เตรียมตัวให้มีโอกาสสำเร็จสูงที่สุด โดยการนอนให้พอ ออกกำลังกายเบา ๆ ควบคุมความเครียด งดบุหรี่ งดดื่มแอลกอฮอล์ ทานอาหารที่ดีต่อฮอร์โมน เสริมวิตามิน เช่น โฟเลต วิตามินดี โอเมก้า 3 ทั้งหมดนี้มีผลต่อความสำเร็จทั้ง IUI / ICSI / เด็กหลอดแก้ว อย่างมาก
ภาวะมีบุตรยากนั้นเป็นเรื่องที่เราสามารถรักษาได้ และยิ่งพบแพทย์เร็วเท่าไร ก็ยิ่งมีโอกาสสูงขึ้นเท่านั้น เทคโนโลยีอย่าง การทำ IUI การทำ ICSI และ การทำเด็กหลอดแก้ว (IVF) ช่วยให้คู่รักยุคใหม่มีโอกาสสร้างครอบครัวตามที่ตั้งใจได้มากขึ้น แม้ต้องเผชิญกับอุปสรรคด้านสุขภาพ อายุ หรือไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปค่ะ
—
Prime Fertility Clinic ไม่ได้เพียงแค่ให้การรักษาภาวะมีบุตรยาก มีบุตรยาก มีลูกยากเพียงเท่านั้น สิ่งที่ Prime Fertility Clinic มุ่งหวัง และมีการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง คือการให้บริการลูกค้าด้วยความใส่ใจ พร้อมให้คำปรึกษา ดูแล และใส่ใจทุกความรู้สึกของคุณ เหมือนกับเป็นคนในครอบครัว เพราะเราเข้าใจถึงความรู้สึก ความกดดัน ความเครียดของผู้เข้ารับบริการที่ไม่สามารถมีบุตรได้สำเร็จเป็นอย่างดี ทางคลินิกจึงมีความตั้งใจที่จะมอบความอบอุ่น และอำนวยความสะดวกแก่ผู้เข้ารับบริการอย่างเต็มรูปแบบ ด้วยความมุ่งมั่นและความใส่ใจจากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ นักเพาะเลี้ยงตัวอ่อน และทีมงานมากประสบการณ์ในการดูแลและให้คำปรึกษาแบบครบวงจร
สนใจเข้ารับการปรึกษาภาวะมีบุตรยาก
ติดต่อ Prime Fertility Clinic
โทร : 062-648-6688 / 062-648-8866 / 02-029-1418–9
Line : http://line.me/ti/p/~@primefertility
Facebook : https://www.facebook.com/primefertilitycenter
E-mail : [email protected]

