Q&A กับหมอพูนเกียรติ : เป็นหมัน….ยังมีโอกาสมีลูกไหม

Q&A พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านมีบุตรยาก : หากเป็นหมัน….ยังมีโอกาสมีลูกไหม

ถ้าถามว่ายังมีโอกาสมีลูกไหม ด้วยเทคโนโลยีทางการเจริญพันธุ์สำหรับผู้ที่มีลูกยากที่ก้าวหน้าขึ้นในปัจจุบันก็ยังมีโอกาสครับ

แต่ทั้งนี้ต้องมีดูว่าปัญหามาจากตรงไหนและมีความรุนแรงมากขนาดไหนด้วยครับ

สำหรับเรื่องของหมันของทั้งฝ่ายหญิงฝ่ายชาย ขอแบ่งเป็นหมันธรรมชาติกับหมันที่ไปทำเองนะครับ

หมันธรรมชาติ

อันนี้คือกลุ่มที่มีปัญหาตั้งแต่กำเนิด แล้วส่งผลให้มีลูกไม่ได้

ฝ่ายหญิง มีสาเหตุมากจาก

• โครโมโซมผิดปกติ เช่น กลุ่มอาการเทอร์เนอร์ (Turner’s Syndrome) ซึ่งเป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของโครโมโซม X ส่งผลให้ไข่ไม่ตก และกลุ่มอาการอื่น ๆ ที่ทำให้ยีนส์ผิดปกติ ฮอร์โมนผิดปกติความผิดปกติเหล่านี้ก็จะส่งผลให้เกิดภาวะไข่ไม่ตกและทำให้มีลูกไม่ได้

• อวัยวะผิดปกติ เกิดมาไม่มีมดลูก ช่องคลอดตัน ไม่มีปีกมดลูกหรือท่อนำไข่ อวัยวะที่ผิดปกติเหล่านี้ก็จะทำให้มีลูกไม่ได้

• การติดเชื้อ แล้วทำให้ท่อนำไข่ตีบตัน การเป็นช็อกโกแลตซีส การที่มดลูกเป็นพังผืดจากการขุดมดลูกแล้วเกิดการติดเชื้ออักเสบ ฯลฯ

ฝ่ายชาย มีสาเหตุมากจาก

• โครโมโซมผิดปกติ ทำให้ไม่มีการผลิตอสุจิเลย

• อวัยวะผิดปกติ เช่น อัณฑะไม่ลงในถุงอัณฑะตั้งแต่กำเนิด ท่อน้ำเชื้อตีบตันแต่กำเนิดหรือมีอุบัติเหตุรุนแรงบริเวณอัณฑะ

• การติดเชื้อที่ทำให้เป็นหมันได้ เช่น คางทูม เมื่อเกิดการอักเสบจากเชื้อไวรัสคางทูมก็ทำให้เกิดการทำลายเซลล์อสุจิให้ไม่ผลิตอสุจิได้ รวมถึงการติดเชื้อรุนแรงทางเพศสัมพันธ์ ก็ส่งผลด้วยเช่นกัน

การแก้ไข

ขึ้นอยู่กับอาการและปัญหาที่เป็น ต้องมาตรวจหาปัญหาว่ามาจากตรงไหน และสามารถใช้เทคนิคทางการเจริญพันธุ์ช่วยแก้ไขได้ไหม ต้องดูเป็นรายๆ ไป อย่างเช่น ฝ่ายหญิงถ้าช่องคลอดตันแต่รังไข่ปกติ ก็ใช้ไข่ได้แต่ต้องให้คนอื่นตั้งครรภ์แทนให้ หากไม่มีท่อนำก็เก็บไข่ออกมาแล้วทำอิ๊กซี่ช่วยได้ ถ้าโครโมโซมผิดปกติก็ต้องมาดูว่ากระตุ้นไข่ได้ไหม ตัวอ่อนแข็งแรงหรือไม่ ส่วนฝ่ายชายถ้าเป็นปัญหาจากโครโมโซมแล้วส่งผลให้ไม่มีอสุจิเลยหรือปัญหารุนแรงมากก็อาจจะยาก แต่ถ้ายังมีอสุจิอยู่บ้างแต่มีปัญหาไม่สามารถเก็บน้ำเชื้ออสุจิโดยวิธีธรรมชาติได้ก็จะใช้เทคนิคมาช่วยคือ การเจาะดูดเชื้อจากอัณฑะหรือท่อน้ำเชื้อ ที่นิยมใช้กันมีสองวิธีคือ PESA (ใช้เข็มดูดตัวอสุจิจากท่อน้ำเชื้อ) และ TESA (เจาะดูดเนื้ออัณฑะออกมาเพื่อแยกตัวอสุจิออกมา) ซึ่งจะใช้วิธีไหนก็ขึ้นอยู่ความรุนแรงของอาการและความถนัดของแพทย์

หมันจากการไปทำ

จะเป็นการไปให้แพทย์ทำหมันให้หลังจากมีลูกเพียงพอแล้ว หลักการก็คือการไปตัดผูกท่อนำไข่ของผู้หญิง หรือตัดและผูกท่อทางเดินของเชื้ออสุจิของผู้ชายนั่นเอง ซึ่งจะเป็นการคุมกำเนิดแบบถาวร แต่ถ้าหากต้องการกลับมามีลูกอีกก็ต้องใช้วิธีแก้หมันหรือใช้การรักษาผู้มีบุตรยากมาช่วย

การแก้หมันหญิง : ทำได้ด้วยการผ่าตัดส่องกล้อง ซึ่งอัตราความสำเร็จไม่สูงมากนักคือ 40-70 % ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ทำหมันว่าผ่านมานานหรือยัง รวมถึงวิธีการตัดท่อนำไข่ว่าตัดมากน้อยอย่างไร ซึ่งต้องผ่าตัดไปดูก่อนว่าเป็นอย่างไรจึงจะทราบ การแก้หมันหญิงจึงค่อนข้างซับซ้อน เจ็บตัวเยอะ เสียค่าใช้จ่ายสูง เนื่องจากเป็นการผ่าตัดใหญ่ทางช่องท้อง และหลังต่อหมันแล้วก็ไม่แน่ใจว่าจะตั้งท้องหรือไม่ รวมถึงอาจเสี่ยงกับภาวะท้องนอกมดลูก เนื่องจากท่อนำไข่ขรุขระ ตัวอ่อนอาจจะมาฝังตัวในบริเวณที่เป็นแผลได้ ที่สำคัญถ้าหากอายุมากด้วยโอกาสตั้งครรภ์ก็จะลดลงไปอีก รวมถึงเชื้อของฝ่ายชายแข็งแรงหรือไม่ อันนี้ก็ต้องมาดูประกอบด้วย

ดังนั้นก่อนแก้หมันหญิงก็จะต้องมาคุยกันก่อนว่าเหมาะสมไหม คุ้มค่าหรือเปล่า เนื่องจากเป็นการผ่าตัดที่ค่อนข้างยาก คนไข้อาจเจ็บตัว เสียเงินมากแต่ไม่ได้อะไร ดังนั้นจึงจะแนะนำให้ใช้วิธีอิ๊กซี่ ซึ่งเจ็บตัวน้อยกว่า ความเสี่ยงน้อยกว่า ทำแล้วได้ตัวอ่อนหลายตัวจึงทำได้หลายครั้ง โอกาสได้ลูกก็เพิ่มขึ้น อีกทั้งสามารถตรวจโครโมโซมได้ รวมถึงความเสี่ยงท้องนอกมดลูกน้อยลงอีกด้วย

การแก้หมันชาย : การแก้หมันชายไม่ต้องผ่าตัดใหญ่แต่ก็ค่อนข้างยาก ผลสำเร็จไม่สูงมากนัก เนื่องจากท่อทางเดินอสุจิมีขนาดเล็ก โอกาสสำเร็จจึงอยู่ที่ประมาณ 50 % แล้วถ้าทำหมันมาเกิน 2 ปีก็มีโอกาสที่ตัวท่อน้ำเชื้อจะฝ่อได้ ประกอบกับอัณฑะอาจไม่สร้างอสุจิด้วยหลังทำหมัน เพราะฉะนั้นถึงต่อหมันแล้วก็อาจจะไม่มีอสุจิออกมาได้ ดังนั้นการรักษาก็ต้องมาพูดคุยกันก่อน และจะแนะนำให้ใช้วิธีดูดเชื้ออสุจิจากอัณฑะออกมา (วิธีการ PESA และ TESA) แทนการแก้หมันชาย หากได้เชื้ออสุจิปริมาณมากก็อาจจะฉีดเชื้อผสมเทียมหรือ IUI ได้ แต่ถ้าเชื้อน้อยก็จะใช้วิธีอิ๊กซี่ ซึ่งอันนี้ต้องดูปัจจัยอื่น ๆ ประกอบการรักษาด้วยครับ

หากสามีภรรยาคู่ใดมีเพศสัมพันธ์กันอย่างสม่ำเสมอเกิน 1 ปีแล้วฝ่ายหญิงยังไม่ตั้งครรภ์ แนะนำให้มาพบแพทย์เพื่อตรวจว่ามีปัญหาสุขภาพหรือเป็นหมันหรือไม่ จากนั้นจึงรักษาภาวะมีบุตรยากต่อ อย่าปล่อยทิ้งไว้เพราะโอกาสมีลูกจะเริ่มลดลงเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งฝ่ายหญิงถ้ารอจนเกินอายุ 35 ปี

ส่วนคู่ที่เปลี่ยนใจอยากมีลูกเพิ่มหลังจากทำหมันไปแล้วก็อาจจะต้องมาคุยกันเพื่อเลือกวิธีที่เหมาะสมที่สุดครับ

น.พ.พูนเกียรติ ปัญญามิตร

สูติ-นรีแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านมีบุตรยาก Prime Fertility Clinic

 

—–

 

สนใจติดต่อ  :  คลินิกรักษามีลูกยาก Prime Fertility Center
สอบถามการรักษามีลูกยาก  :  ได้ที่นี่

ติดตามข่าวความรู้เรื่องรักษามีบุตรยาก ได้ที่  :  fb.me/primefertilitycenter/
ดูวีดีโอคลิปรีวิวจากผู้ใช้บริการ  :  ได้ที่นี่
ติดต่อเรา : Tel : 02-029-1418–9, 062-648-6688

ที่ตั้งของ Prime Fertility Center  :  คลิกดู google map

ที่อยู่ 1177 อาคารเพิร์ล แบงก์ค็อก ชั้นที่ 22 ถ.พหลโยธิน ตำบล/แขวง พญาไท กรุงเทพมหานคร, ประเทศไทย 10400

 

Your Comment:

Related Posts