เกิดอะไรขึ้นบ้างขณะเริ่มมีการฝังตัวและหลังการฝังตัวของตัวอ่อนได้สำเร็จ?

 

หลังจากมีการย้ายตัวอ่อนกลับเข้าสู่โพรงมดลูก การเกิดการฝังตัวอ่อนของตัวอ่อน หมายถึงการที่ตัวอ่อนสามารถจับและยึดเกาะกับผนังโพรงมดลูกของคุณแม่ได้สำเร็จ

สำหรับคู่สามีภรรยาที่เข้าสู่กระบวนการรักษาภาวะมีบุตรยาก ตัวอ่อนจะเริ่มแบ่งเซลล์เพิ่มจำนวนภายใต้กระบวนการการดูแลภายในห้องปฏิบัติการ เมื่อตัวอ่อนถึงระยะ Blastocyst มีจำนวนเซลล์และความสมบูรณ์มากพอที่จะยึดเกาะและฝังตัวในโพรงมดลูก แพทย์จะทำการเตรียมผนังมดลูกของคุณแม่เพื่อที่จะทำการย้ายตัวอ่อนเข้าสู่โพรงมดลูก

อะไรที่เป็นสัญญาณให้ทราบว่ามีการฝังตัวของตัวอ่อนเกิดขึ้นแล้ว?

โดยทั่วไปแล้วการฝังตัวของตัวอ่อนจะเกิดขึ้นประมาณช่วง 7-12 วันหลังมีการย้ายตัวอ่อนเข้าสู่โพรงมดลูก ตัวอ่อนระยะ Blastocyst จะพัฒนาและแบ่งตัวต่อเข้าสู่ตัวอ่อนระยะ Zygote เมื่อตัวอ่อนระยะนี้เกิดการฝังตัวในผนังมดลูกของคุณแม่ได้อย่างเสร็จสิ้นสมบูรณ์ จะเกิดการหลั่งของฮอร์โมน hcG ซึ่งใช้เป็นค่าในการตรวจการตั้งครรภ์

กลุ่มอาการที่อาจพบบ่อยหลังเกิดการฝังตัวระยะแรก

• มีก้อนเลือดหรือเลือดออกเล็กน้อยทางช่องคลอด
• การคัดแน่นตึงของเต้านม
• ความชอบหรือความอยากอาหารเปลี่ยนไป เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน
• อุณหภูมิร่างกายมีแนวโน้มสูงขึ้น เกิดจากการเพิ่มขึ้นของฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (Progesterone)
• อาการอื่นๆ เช่น มีสิว, ท้องผูก, เหนื่อยล้า หรือมีไข้ต่ำๆ ตอนเช้า


ณัฏฐณิชา แก้วบรรจง
นักวิทยาศาสตร์เพาะเลี้ยงตัวอ่อน

Reference: Prime Fertility Center Co., Ltd.

สนใจบริการ ทำเด็กหลอดแก้ว ฉีดเชื้อผสมเทียม ฝากไข่ ตรวจสุขภาพ คลิกที่นี่

ICSI การทำอิ๊กซี่ การทำอิ๊กซี่ หรือ Intracytoplasmic sperminjection (ICSI) เป็นการปฏิสนธินอกร่างกายที่ใช้เทคโนโลยีเข้าช่วยในห้องปฏิบัติการ ซึ่งขั้นตอนคล้ายกับการทำเด็กหลอดแก้วหรือ IVF แต่การทำอิ๊กซี่จะมีความแตกต่างคือ อิ๊กซี่เป็นการนำเอาอสุจิที่ผ่านการคัดเลือกที่ดีที่สุดหนึ่งตัวผสมต่อไข่ที่อยู่ในระยะที่เหมาะสมในการปฏิสนธิหนึ่งใบ โดยการใส่อสุจิเข้าไปในเนื้อไข่โดยตรง กระบวนการนี้จะต้องมีการกระตุ้นไข่ด้วยยาฮอร์โมนเพื่อให้ได้ไข่จำนวนหลายใบ และยังให้ผลการปฏิสนธิเป็นที่น่าพึงพอใจ ช่วยลดปัญหาการปฏิสนธิหรือการปฏิสนธิแบบผิดปกติอันเนื่องมาจากไข่และอสุจิ เช่น การเกิดการผสมด้วยอสุจิหลายตัว, อสุจิไม่สามารถเจาะผ่านเปลือกไข่เพื่อเข้ามาปฏิสนธิได้ เป็นต้น หลังจากนั้นตัวอ่อนจะถูกนำไปเพาะเลี้ยงในภาวะที่เหมาะสมในห้องปฏิบัติการตัวอ่อน แล้วจึงนำตัวอ่อนฉีดกลับเข้าสู่โพรงมดลูกเพื่อให้ตัวอ่อนฝังตัวที่มดลูกและเจริญเติบโตเป็นทารกต่อไป

คู่สมรสที่ควรรักษาภาวะมีบุตรยากด้วยวิธีการทำ ICSI
1. ฝ่ายหญิงมีอายุค่อนข้างมาก (มากกว่า 35 ปี)
2. ฝ่ายหญิงมีภาวะท่อนำไข่ตีบตันทั้งสองข้าง
3. ฝ่ายหญิงมีภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ค่อนข้างรุนแรง
4. ฝ่ายหญิงมีการทำงานของฮอร์โมนรังไข่ผิดปกติ เช่น ภาวะไข่ไม่ตกเรื้อรัง หรือโรคถุงน้ำรังไข่ (PCOS)
5. ฝ่ายชายมีอสุจิผิดปกติรุนแรง ทั้งทางด้านรูปร่าง ความสามารถในการเคลื่อนที่ รวมถึงจำนวนของอสุจิด้วย
6. ฝ่ายชายที่เป็นหมันหรือทำหมัน แต่ยังคงมีการสร้างอสุจิและสามารถนำอสุจิออกมาได้จาก วิธีการผ่าตัด เช่น การทำ PESA, TESA, TESE เป็นต้น
7. คู่สามีภรรยาที่เคยไม่ประสบความสำเร็จในการปฏิสนธินอกร่างกายด้วยวิธี IVF
8. คู่สามีภรรยาที่ต้องการตรวจคัดกรองโรคทางพันธุกรรมด้วยของตัวอ่อน

FET การย้ายตัวอ่อนแช่แข็ง
การย้ายตัวอ่อนแช่แข็ง หรือ FET (FROZEN EMBRYO TRANSFER) คือการนำเอาตัวอ่อนที่ถูกแช่แข็งไว้มาผ่านกระบวนการละลาย (THAWING) และย้ายเข้าสู่โพรงมดลูก ซึ่งในกรณีนี้คนไข้สามารถเลือกช่วงเวลาที่ตนเองสะดวกได้ เช่น 1-2 เดือนหลังจากกระบวนการปฏิสนธิ การย้ายตัวอ่อนรอบแช่แข็งในสตรีที่มีอายุมากกว่า 35 ปีจะให้ผลดีกว่าการย้ายตัวอ่อนในรอบสด

เนื่องจากในกรณีที่ฝ่ายหญิงกระตุ้นไข่ได้หลายใบจะทำให้มีฮอร์โมนผลิตออกมาจากรังไข่ปริมาณมาก ซึ่งฮอร์โมนนี้จะส่งผลทำให้คุณภาพของเยื่อบุโพรงมดลูกด้อยลง และทำให้โอกาสการฝังตัวของตัวอ่อนลดลงแม้ตัวอ่อนจะมีคุณภาพดีก็ตาม ดังนั้นการใส่ตัวอ่อนตามหลังการเก็บไข่เลยอาจไม่เหมาะสมนักในกรณีนี้

นอกจากนั้นผลการศึกษาจากหลายสถาบันก็มีแนวโน้มว่าการใส่ตัวอ่อนในรอบแช่แข็งและละลายจะให้โอกาสการตั้งครรภ์ที่สูงกว่าใส่หลังเก็บไข่เลย ด้วยเรื่องของคุณภาพเยื่อบุโพรงมดลูกที่พร้อมมากกว่าดังนั้นการเลือกย้ายตัวอ่อนในรอบใดนั้นแพทย์จะพิจารณาให้เหมาะสมกับคู่สมรสเป็นราย ๆ ไป

ทำ ICSI ราคา มีบุตรยาก ทำอิ๊กซี่ ราคา

Related Posts