ข้อควรทราบก่อนฝากไข่ มีข้อดีและข้อจำกัดอะไรบ้าง ?

ข้อควรทราบก่อนฝากไข่ มีข้อดีและข้อจำกัดอะไรบ้าง ?

ข้อควรทราบก่อนฝากไข่

ข้อควรทราบก่อนฝากไข่ มีข้อดีและข้อจำกัดอะไรบ้าง ?

การฝากไข่เหมาะกับใคร และมีวิธีการเตรียมตัวอย่างไร ?

สำหรับการมีบุตร ความพร้อมของคู่รักเป็นเรื่องที่สำคัญมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของอายุ สุขภาพร่างกาย โรคประจำตัว โรคเกี่ยวกับพันธุกรรม หรือเข้าสู่วัยหมดประจำเดือนก่อนกำหนด ข้อจำกัดเหล่านี้ ส่งผลต่อความวิตกกังวลของคู่รักที่ต้องการมีบุตรเป็นอย่างมาก แต่ด้วยการพัฒนาทางการแพทย์ที่ทันสมัยมากขึ้น ทำให้เกิดวิธีการเก็บรักษาไข่ด้วยการแช่แข็ง หรือที่เรียกกันว่าการฝากไข่นั่นเอง โดยบทความนี้จะมาเล่าสู่กันฟังถึงข้อควรทราบก่อนฝากไข่ ว่าจะมีข้อดีและข้อจำกัดอย่างไรบ้าง ? ถ้าพร้อมวางแผนมีเจ้าตัวน้อยแล้วละก็.. มาเตรียมความพร้อม ไปพร้อม ๆ กันเลย

 

ข้อดีของการฝากไข่

  1. ช่วยลดความวิตกกังวลของคู่รักที่ต้องการจะมีบุตร เพราะสามารถเลือกเก็บรักษาไข่ในวัยที่สมบูรณ์ได้
  2. ลดความเสี่ยงปัญหาสุขภาพ หากจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาทางการแพทย์ที่อาจส่งผลต่อภาวะการเจริญพันธุ์และทำให้ไข่เสื่อม
  3. ช่วยลดโอกาสการเกิดความผิดปกติของโครโมโซม
  4. ลดความเสี่ยงมีบุตรยาก แม้มีอายุมากขึ้นก็สามารถตั้งครรภ์ได้ (แนะนำให้ฝากไข่ในช่วงอายุไม่เกิน 35 ปี)
  5. เพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ จากการทำเด็กหลอดแก้ว (ICSI)
  6. คุณภาพของไข่จะไม่ลดลง ถึงแม้คุณแม่จะอายุเพิ่มมากขึ้นก็ตาม
  7. สามารถวางแผนการมีบุตรในระยะยาวได้ เพราะการฝากไข่สามารถเก็บไข่ไว้ได้นานเท่านาน

 

ข้อจำกัดในการฝากไข่

  1. ผลข้างเคียงจากการกระตุ้นไข่เพื่อเก็บรักษา อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้
  2. อาการคลื่นไส้หลังจากเก็บไข่ แนะนำให้นอนพักที่คลินิกหรือโรงพยาบาลสัก 1-2 ชั่วโมงเพื่อเฝ้าดูอาการก่อนกลับบ้าน
  3. อาการปวดท้องเล็กน้อย สามารถทานยาแก้ปวดได้ สำหรับบางรายที่อาจพบอาการแน่นท้องหรืออาการปวดหน่วงที่ท้องน้อย แนะนำให้รีบปรึกษาแพทย์โดยทันที
  4. ผลข้างเคียงจากขั้นตอนการใช้เข็มดูดเซลล์ไข่ สามารถพบอาการเลือดออกทางช่องคลอดเล็กน้อย หรือเกิดแผลที่ลำไส้ กระเพาะปัสสาวะ
  5. อาการท้องอืด คลื่นไส้ ปวดหัว ปวดท้อง ซึ่งเป็นผลมาจากการใช้ยาฮอร์โมน แนะนำให้สังเกตอาการ หากพบความผิดปกติที่ร้ายแรง ให้รีบปรึกษาแพทย์โดยด่วน
  6. ผลจากการได้รับฮอร์โมนเอสโตรเจนที่มากกว่าปกติ อาจทำให้บวมน้ำ น้ำหนักขึ้น หรือคัดเต้านม

ทั้งนี้เหล่าคุณคุณพ่อคุณแม่อย่าเพิ่งเป็นกังวลไป เพราะทุกขั้นตอนจะอยู่ในการดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ข้อจำกัดที่กล่าวไปข้างต้น เป็นเพียงผลข้างเคียงที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้เท่านั้น อย่างไรก็ตามการฝากไข่ ก็ยังถือว่าเป็นวิธีการเก็บรักษาไข่ที่มีคุณภาพและปลอดภัย

 

การฝากไข่เหมาะกับใคร และมีวิธีการเตรียมตัวอย่างไรให้เหมาะสม ?

การฝากไข่ถือว่าเป็นวิธีทางการแพทย์ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยเหมาะสำหรับผู้ที่ยังไม่พร้อมจะมีบุตรในขณะนั้นและมีอายุน้อยกว่า 35 ปี ผู้ที่มีโรคประจำตัวที่ส่งผลกระทบต่อภาวะเจริญพันธุ์ ยกตัวอย่างเช่น โรคมะเร็ง ซีสต์ที่รังไข่ ซีสต์ที่มดลูก เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ หรือภาวะไข่เสื่อมก่อนวัยอันควร เป็นต้น ผู้ที่ต้องเข้ารับการบำบัดเคมีหรือฉายแสงที่ส่งผลต่อรังไข่ และผู้ที่มีปัญหาทางพันธุกรรมที่เสี่ยงต่อการมีบุตรยาก

ก่อนที่จะพาทุกคนไปทราบถึงวิธีการเตรียมตัวก่อนฝากไข่ เราจะขอพูดถึงเกร็ดความรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ แต่สำคัญมาก นั่นก็คือ โอกาสตั้งครรภ์สำเร็จในแต่ละช่วงอายุ เพื่อที่จะได้วางแผนนำไข่ไปฝากในเวลาที่เหมาะสมมากที่สุด เริ่มจากอายุ 30-35 ปี มีโอกาสสำเร็จอยู่ที่ 69-90% , อายุ 37 ปี มีโอกาสสำเร็จอยู่ที่ 50-75% , อายุ 40 ปี มีโอกาสสำเร็จอยู่ที่ 30-51% และอายุ 42 ปี มีโอกาสสำเร็จอยู่ที่ 20-37% (ทั้งนี้ผลลัพธ์ก็ขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของสภาพร่างกายแต่ละคน) โดยการเตรียมตัวจะมีวิธีดังต่อไปนี้

  • เข้ารับการปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โดยแจ้งประวัติและปรึกษาวางแผนการฝากไข่ที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
  • ตรวจเลือด ตรวจระดับฮอร์โมน และอัลตราซาวด์ถุงในรังไข่
  • มาตามที่แพทย์นัด เพื่อเข้ารับการปรึกษาอย่างต่อเนื่อง
  • เซ็นเอกสารแสดงความยินยอม และรับคำแนะนำการใช้ยา การฉีดยากระตุ้นไข่
  • ประเมินการตอบสนองของรังไข่หลังจากได้รับยา จะมีการตรวจเลือดและอัลตราซาวด์ทุก ๆ 2-3 วัน
  • ฉีดยากระตุ้นการตกไข่ จะประมาณ 36 ชั่วโมงก่อนเริ่มเก็บไข่
  • เริ่มกระบวนการเก็บเซลล์ไข่ โดยที่คุณแม่จะได้รับยาสลบ ไม่ส่งผลต่อความรู้สึกเจ็บใด ๆ ระหว่างการเก็บเซลล์ไข่
  • หลังจากเก็บเซลล์ไข่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว จะเข้าสู่กระบวนการแช่แข็ง โดยเก็บในถังไนโตรเจนเหลว สามารถนำมาใช้ได้ทุกเมื่อ หากต้องการที่จะตั้งครรภ์

เมื่อความไม่พร้อมสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน การฝากไข่ถือว่าเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดทางหนึ่ง ที่จะเข้ามาช่วยตอบโจทย์ผู้ที่วางแผนมีบุตรในอนาคต ไม่ว่าตอนนี้ตัวคุณเองหรือคนที่คุณรักจะไม่พร้อมในเรื่องใดก็ตาม คุณสามารถเริ่มวางแผนครอบครัวที่สมบูรณ์แบบได้แล้ววันนี้ กับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเรื่องภาวะมีบุตรยาก มีลูกยาก อยากมีลูก ฝากไข่ อิ๊กซี่ ICSI , IUI , IVF ปรึกษาเราได้ที่นี่

Prime Fertility Center ไม่ได้เพียงแค่ให้การรักษาภาวะมีบุตรยาก มีบุตรยาก มีลูกยากเพียงเท่านั้น สิ่งที่ Prime Fertility Center มุ่งหวัง และมีการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง คือการให้บริการลูกค้าด้วยความใส่ใจ พร้อมให้คำปรึกษา ดูแล และใส่ใจทุกความรู้สึกของคุณ เหมือนกับเป็นคนในครอบครัว เพราะเราเข้าใจถึงความรู้สึก ความกดดัน ความเครียดของผู้เข้ารับบริการที่ไม่สามารถมีบุตรได้สำเร็จเป็นอย่างดี ทางคลินิกจึงมีความตั้งใจที่จะมอบความอบอุ่น และอำนวยความสะดวกแก่ผู้เข้ารับบริการอย่างเต็มรูปแบบ ด้วยความมุ่งมั่นและความใส่ใจจากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ นักเพาะเลี้ยงตัวอ่อน และทีมงานมากประสบการณ์ในการดูแลและให้คำปรึกษาแบบครบวงจร

 

สนใจเข้ารับการปรึกษาภาวะมีบุตรยาก
ติดต่อ Prime Fertility Center
โทร : 062-648-6688 / 062-648-8866 / 02-029-1418–9
Line : http://line.me/ti/p/~@primefertility
Facebook : https://www.facebook.com/primefertilitycenter
E-mail : [email protected]

เวลาทำการ
วันจันทร์ – วันพุธ , วันศุกร์และวันเสาร์
เวลา 08.00 – 16:00 น.
หยุดวันพฤหัสบดี วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์

 

 

Related Posts

แนะนำวิธีในการรักษาภาวะมีบุตรยาก

15

พ.ค.
ข่าวสาร สาระน่ารู้

ภาวะมีบุตรยากสามารถรักษาได้ด้วยยา การผ่าตัด หรือการทำเด็กหลอดแก้ว

ภาวะมีบุตรยากสามารถรักษาได้ด้วยยา การผ่าตัด หรือการทำเด็กหลอดแก้ว แนะนำวิธีในการรักษาภาวะม […]