หลังทำ IVF ต้องดูแลตัวเองอย่างไรให้ปลอดภัยและแข็งแรง

ดูแลตัวเองหลัง IVF อย่างไร? ให้ปลอดภัย

การตัดสินใจเข้ารับการรักษาภาวะมีบุตรยากด้วยวิธี IVF (In Vitro Fertilization) ถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับหลายคู่รักที่ใฝ่ฝันอยากมีลูกน้อยในครอบครัว ซึ่งแน่นอนว่าสิ่งนี้ถือเป็นความคาดหวังของครอบครัว และแน่นอนค่ะ… ว่าต้องมีคำถามมากมาย โดยเฉพาะเรื่องของการดูแลตัวเองหลังการย้ายตัวอ่อน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ละเอียดอ่อนและยังส่งผลโดยตรงต่อโอกาสในการตั้งครรภ์อีกด้วยค่ะ

และเพื่อให้ว่าที่คุณแม่สามารถดูแลตนเองได้อย่างมั่นใจ ทาง Prime Fertility Center ในฐานะผู้ชำนาญการด้านการรักษาภาวะมีบุตรยาก ขอพามาทำความเข้าใจเกี่ยวกับ วิธีการดูแลร่างกายและจิตใจหลัง IVF เพื่อเพิ่มโอกาสการฝังตัวของตัวอ่อน และให้ตั้งครรภ์เป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัยกันค่ะ

ทำ IVF ราคา

IVF คืออะไร และต่างจาก ICSI อย่างไร?

ก่อนเข้าสู่ช่วงของการดูแลตนเองหลังย้ายตัวอ่อน เรามาทำความรู้จักกับกระบวนการ IVF และ ICSI กันก่อนค่ะ เพราะเชื่อว่ายังมีอีกหลายคนที่มีข้อสงสัยในความแตกต่างของทั้ง 2 วิธีนี้ค่ะ

IVF (In Vitro Fertilization) หรือก็คือการทำเด็กหลอดแก้ว เป็นวิธีการปฏิสนธินอกร่างกาย โดยนำไข่และอสุจิมาผสมกันในห้องปฏิบัติการ จากนั้นย้ายตัวอ่อนที่แข็งแรงที่สุดกลับเข้าสู่โพรงมดลูกเพื่อให้ฝังตัวและตั้งครรภ์ค่ะ

ICSI (Intracytoplasmic Sperm Injection) เป็นเทคนิคที่จะเฉพาะเจาะจงมากขึ้นค่ะ โดยแพทย์จะคัดอสุจิที่แข็งแรงที่สุด แล้วฉีดเข้าไปในไข่โดยตรง เหมาะสำหรับกรณีที่ฝ่ายชายมีอสุจิไม่ปกติ หรือในกรณีที่เคยทำ IVF แล้วยังไม่ประสบความสำเร็จค่ะ

IVF กับ ICSI ราคา แตกต่างกันหรือไม่?

คำถามที่พบบ่อยอีกหนึ่งข้อ คือเรื่องของค่าใช้จ่ายค่ะ สำหรับการทำ IVF ราคา โดยทั่วไปจะเริ่มต้นที่ประมาณ 120,000 – 250,000 บาท โดยมักจะขึ้นอยู่กับคลินิกที่ให้บริการ โปรแกรมการรักษา รวมถึงเทคโนโลยีที่เลือกใช้ ส่วนกระบวนการรักษา ICSI ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ซับซ้อนมากขึ้น ราคา จะอยู่ที่ประมาณ 150,000 – 300,000 บาท ค่ะ

ราคาทั้ง 2 วิธีนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามปัจจัยหลายอย่างขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ค่ะ เช่น ค่ายาและฮอร์โมน, จำนวนรอบการเก็บไข่, เทคโนโลยีที่เลือกใช้ เช่น การตรวจคัดกรองพันธุกรรมตัวอ่อน (PGT) รวมถึงประสบการณ์ของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญค่ะ

และแน่นอนว่าที่ Prime Fertility Center เราไม่มีแพ็กเกจ IVF ตาเรามีแพ็กเกจ ICSI ที่มีความหลากหลาย และพร้อมให้คำแนะนำโดยทีมแพทย์เฉพาะทาง เพื่อให้เหมาะสมกับงบประมาณและความต้องการของแต่ละบุคคลค่ะ

รักษาภาวะมีบุตรยากด้วยวิธี IVF

ช่วงหลังกระบวนการย้ายตัวอ่อนสำคัญอย่างไร?

ช่วงเวลาหลังจากที่ทำการย้ายตัวอ่อน หรือที่ส่วนใหญ่เรียกกันว่า Two-Week Wait (2WW) ถือว่าเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ร่างกายเริ่มเข้าสู่กระบวนการฝังตัวของตัวอ่อน และหากไม่มีปัจจัยรบกวนใด ๆ ตัวอ่อนจะเริ่มเกาะที่ผนังมดลูกและเริ่มพัฒนาสู่การตั้งครรภ์
ด้วยเหตุนี้ การดูแลตัวเองให้เหมาะสมในช่วง 14 วันนี้ จึงควรให้ความสำคัญต่อความสำเร็จของการทำ IVF ค่ะ

ดูแลตัวเองหลัง IVF

แนวทางการดูแลตัวเองหลัง IVF อย่างปลอดภัย

1. พักผ่อนให้เพียงพอ แต่ต้องไม่นอนมากจนเกินไป

การพักผ่อนอย่างเพียงพอช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวและลดความตึงเครียดของกล้ามเนื้อได้ค่ะ ดังนั้นว่าที่คุณแม่มือใหม่จึงควร นอนหลับวันละ 7 – 9 ชั่วโมง และหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ใช้แรงมากค่ะ

แต่ก็ไม่ควรนอนนานจนเกินไปนะคะ แนะนำว่าให้ลุกเดินหรือเปลี่ยนอิริยาบถท่าทาง เพื่อให้ระบบไหลเวียนเลือดทำงานได้ดีบ้างค่ะ และควรหลีกเลี่ยง การก้มเงย ยกของหนัก หรือออกกำลังกายหนัก ในช่วงนี้ค่ะ

2. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายและการฝังตัวอ่อน

เพราะโภชนาการที่ดีช่วยส่งเสริมสภาพแวดล้อมภายในมดลูกให้เหมาะสำหรับการฝังตัวของตัวอ่อนค่ะ จึงควรเน้นอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น

  • โปรตีน ได้แก่ เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ปลา ไข่ เต้าหู้ ถั่ว
  • ผักและผลไม้ ได้แก่ ผักและผลไม้ที่มีการล้างอย่างสะอาดและปรุงสุกมาแล้ว และควรหลีกเลี่ยงผักผลไม้ดิบที่อาจปนเปื้อนเชื้อโรคค่ะ
  • คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ได้แก่ ข้าวกล้อง ธัญพืชที่ไม่ขัดสี
  • ไขมันดี ได้แก่ อะโวคาโด น้ำมันมะกอก ถั่วเปลือกแข็ง เพราะอาหารประเภทนี้จะช่วยในการดูดซึมวิตามินและควบคุมฮอร์โมนค่ะ

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ แอลกอฮอล์ คาเฟอีนในปริมาณมาก อาหารแปรรูป อาหารรสจัด อาหารที่ปรุงไม่สุก และอาหารที่มีสารกันบูด เพราะอาจส่งผลต่อฮอร์โมนและการฝังตัวของตัวอ่อนค่ะ

3. ผ่อนคลายจิตใจและควบคุมอารมณ์ความเครียดให้ได้มากที่สุด

เนื่องจากความเครียดมีผลโดยตรงต่อระดับฮอร์โมนในร่างกาย ซึ่งอาจส่งผลต่อการตั้งครรภ์ได้ค่ะ ดังนั้นการควบคุมอารมณ์และฮอร์โมนให้คงที่จึงเป็นเรื่องสำคัญ ว่าที่คุณแม่มือใหม่ควรมีเวลาผ่อนคลายจิตใจบ้างค่ะ ซึ่งอาจจะทำกิจกรรมที่ชอบ เช่น อ่านหนังสือ ฟังเพลง ดูหนัง ฝึกสมาธิ หรือเล่นโยคะ เป็นต้น สิ่งเหล่านี้จะช่วยจัดการความกังวลและลดความตึงเครียดในช่วงของการฝังตัวอ่อนได้ค่ะ

4. งดออกกำลังกายหนัก และเพศสัมพันธ์ในช่วงแรก

ในช่วง 1 – 2 สัปดาห์หลังย้ายตัวอ่อน ควรงดกิจกรรมที่อาจทำให้เกิดแรงกระแทก เช่น การกระโดด วิ่ง หรือออกกำลังกายหนัก การปั่นจักรยานหรือยกของหนักก็ควรหลีกเลี่ยงเช่นกันค่ะ

และควรงดการมีเพศสัมพันธ์ในช่วงหลังกระบวนการย้ายตัวอ่อนในช่วงแรกด้วยเช่นกันค่ะ เพราะอาจส่งผลต่อโอกาสการตั้งครรภ์ได้ค่ะ อย่างไรก็ตามอาจจะลองปรึกษาหรือขอคำแนะนำจากทางแพทย์ทางจะดีที่สุดค่ะ

5. ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

ในช่วงของหลังการย้ายตัวอ่อน แพทย์จะให้ยาหรือฮอร์โมนที่จะช่วยสนับสนุนการฝังตัวอ่อน เช่น โปรเจสเตอโรน เพื่อช่วยให้ผนังมดลูกหนาตัวขึ้นและพร้อมสำหรับการฝังตัวของตัวอ่อนมากขึ้นค่ะ

ดังนั้นว่าที่คุณแม่มือใหม่จึงควรทานยาให้ตรงเวลาและครบถ้วน ห้ามหยุดยาเองหรือปรับยาโดยไม่ปรึกษาแพทย์ เพราะอาจมีผลต่อความสมดุลของฮอร์โมน และลดโอกาสในการตั้งครรภ์ได้เลยค่ะ

สัญญาณที่ไม่ควรมองข้าม รีบพบแพทย์ทันทีเมื่อมีอาการเหล่านี้

หากพบอาการต่อไปนี้หลังจากทำ IVF ควรรีบแจ้งแพทย์ทันทีเพื่อความปลอดภัยของคุณและตัวอ่อนค่ะ

  • มีเลือดออกทางช่องคลอด
  • ปวดท้องรุนแรง
  • มีอาการวิงเวียนศีรษะ หน้ามืด หรือเป็นลม
  • มีไข้สูงกว่า 38 องศา
  • คลื่นไส้ อาเจียนไม่หยุด

สรุป

การดูแลตัวเองหลัง IVF อย่างเหมาะสม เป็นสิ่งสำคัญในการเพิ่มโอกาสให้การตั้งครรภ์เป็นไปอย่างปลอดภัย และมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จได้มากขึ้นค่ะ ดังนั้นว่าที่คุณแม่มือใหม่ควรดูแลทั้งร่างกายและจิตใจให้พร้อม ตั้งแต่การพักผ่อนให้เพียงพอ การทานอาหารที่มีประโยชน์ การดูแลจิตใจ และการทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดค่ะ

หากคุณกำลังวางแผนทำ IVF หรือมีคำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับ แพ็กเกจราคา IVF และ ราคา ICSI ทาง Prime Fertility Center เราพร้อมดูแลคุณในทุกก้าวของการเดินทางสู่ความฝันในการมีบุตรอย่างปลอดภัยและมีความสุขเพื่อให้ความฝันการมีลูกน้อยของคุณเป็นจริงค่ะ